ดังที่เกริ่นไปในเบื้องต้นแล้วว่าในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษา ทั้งนี้สาเหตุของการเกิดภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงวัยเป็นผลมาจากการใช้ชีวิตในช่วงวัยเด็กถึงวัยกลางคน ดังนั้นแนวทางป้องกันที่ทำได้จึงเกี่ยวโยงกับปัจจัยเสี่ยงที่เราได้เอ่ยถึงในตอนท้ายของหน้า "สาเหตุ"
สรุปแนวทางป้องกันที่ทำได้
ลดความเสี่ยงการเกิดโรคที่สามารถก่อให้เกิดภาวะสมองเสื่อมในภายหลัง โรคเหล่านี้ คือ
โรคอ้วน
โรคเบาหวาน
โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดัน
ภาวะเครียด ซึมเศร้า
โรคพิษสุรา
ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ ทั้งนี้ไม่จำเป็นถึงขั้นต้องไปสมัครสมาชิกยิม การออกกำลังกายง่ายๆ ที่ทำเองได้ เช่น เดินเร็ว วิ่ง แอโรบิค ไทเก็ก หรือการยืดเส้นยืดสายที่ทำเป็นกิจวัตร ขอเพียงแค่ให้คุณทำเป็นประจำเท่านั้นพอ
ลดระดับความเครียด ความเครียดส่งผลต่อการเกิดโรคอื่นๆ มายมาย อีกทั้งยังเป็นปัจจัยเสี่ยงการเกิดความดันสูงและภาวะซึมเศร้า ซึ่งสองโรคนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีระดับความเสี่ยงสูงมากในการเกิดภาวะสมองเสื่อมในภายหลัง อีกทั้งความเครียดยังนำไปสู่การกินตามใจปาก กินมากเกินความจำเป็น ซึ่งกินมากไปก็ก่อให้เกิดโรคอ้วนและเบาหวานได้ เพราะอาหารจุบจิบเพื่อลดความเครียดที่นิยมกันมักเป็น "แป้งและน้ำตาล" ซึ่งทั้งโรคอ้วนและเบาหวานต่างก็เป็นปัจจัยเสี่ยงการเกิดภาวะสมองเสื่อม
กินอาหารที่มีประโยชน์ ผักและผลไม้หลากสี ธัญพืชประเภทต่างๆ อาหารทะเล เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เนื้อสัตว์แต่พอประมาณ เนื้อสัตว์ประเภทเนื้อแดง เช่น เนื้อวัว หากบริโภคในปริมาณที่มากเกินไปและบ่อยเกินไป จะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ มะเร็ง และเบาหวานประเภท 2 ฉะนั้นรับประทานแต่พอประมาณ นอกจากนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านการประกอบหรือแปรรูป (Processed Food) เพราะอาหารเหล่านี้มีการแต่งเติมเพื่อเพิ่มรสชาติ เพิ่มอรรถรสในการรับประทาน และยืดอายุของอาหาร ซึ่งข้อดีทางการตลาดและสุนทรียภาพในการสัมผัสรส มันไม่ใช่ข้อดีต่อสุขภาพแต่อย่างใด เลี่ยงได้เลี่ยง อดไม่ได้ก็ลดลงบ้างพอ นานๆ กินทีเพื่อสุขภาพดีมีสุข
เข้าสังคมพบปะสังสรรค์กับญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเป็นประจำเพื่อลดความรู้สึกโดดเดี่ยว มนุษย์เป็นสัตว์สังคม การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนบทสนทนาเป็นยารักษาโรคคนขี้เหงาได้เป็นอย่างดี ต่อให้คุณเป็นคนเบื่อโลก เป็น Introvert เป็นติสท์แตก แต่ลึกๆ แล้วสัญชาติญาณมนุษย์เรามันต้องมีการพูดคุยหรือพบปะชาวโลกรอบตัวด้วย เพียงแค่การไปซื้อเครื่องดื่มในคาเฟ่ คุยกับป้ารถเข็นผลไม้ ลุงขายไอติม บทสนทนาง่ายๆ ที่คุณไม่ใส่ใจ จริงๆ แล้วมันเป็นกลไกระบายความเหงาลึกในใจให้คุณไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจนเกินไป และมัน "ดีต่อใจ" และ "ดีต่อสมอง" ของคุณมากกว่าที่คุณคิด
สัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้มากขึ้น แม้ว่าในสังคมเมืองหลวงที่มลพิษมันห้อมล้อมเราอยู่ทุกหนแห่ง แต่สวนเมืองกรุงก็มีอยู่หลายที่ (สำหรับคุณที่อาศัยในต่างจังหวัดโอบล้อมด้วยสีเขียวแห่งธรรมชาติ คุณโชคดีมาก) ในวันว่างแทนที่จะเลือกไปเดินห้าง ลองเปลี่ยนกิจวัตรเดินห้างไปเดินสวนแทน จะช่วยฟอกปอดให้คุณได้หายใจสะดวก ให้มีอ็อกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ให้จิตใจคุณปลอดโปร่งมากขึ้น
อย่าหนีโรงเรียน คุณรู้ไหมว่าระดับความรู้ในทักษะพื้นฐานส่งผลต่อระดับความรู้ในด้านสุขภาพ (Health Literacy) และระดับความรู้ในด้านสุขภาพที่ดีจะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพตนเองได้ดีขึ้นและช่วยลดภาวะความเสี่ยงในการเกิดโรคและภาวะที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อม การศึกษาในสิบปีแรกของมนุษย์ ง่ายๆ คือ ช่วงประถมถึงมัธยมมีความสำคัญมาก เพราะการศึกษาพื้นฐานนี้จะช่วยให้คุณอ่านออกเขียนได้ อ่านข้อมูลต่างๆ เข้าใจ การศึกษาในระดับที่สูงขึ้นไปจะช่วยเพิ่มโลกทัศน์และความสามารถในการค้นหาข้อมูลการดูแลสุขภาพที่ซับซ้อนขึ้น อีกทั้งการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆ เป็นการบริหารสมองที่ดีเป็นเลิศ
หางานอดิเรก ทำกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นทำสวน วาดรูป เล่นดนตรี อ่านหนังสือ เล่นกีฬา กิจกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งดีที่ช่วยให้คุณได้บริหารสมอง บริหารร่างกาย และบริหารการสื่อสาร ซึ่งมันจะช่วยลดความเครียด ช่วยให้คุณไม่รู้สึกว่างเกินไปจนต้องไปกินเกินขนาดหรือไปนั่งซึมเศร้าเข้ามุมคนเดียว
ลดแอลกอฮอลล์ ดริงค์แต่พองาม ดื่มตามสมควร ไม่ต้องยกซดหมดขวดท้าดวลความคอแข็ง เพราะท้ายสุดแล้ว คุณนั่นแหละเป็นฝ่ายระบมทุกข์ โรคพิษสุราเรื้อรังเป็นปัจจัยเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม ไวน์ขวดแพงในวันนี้จะช่วยเพิ่มยอดบิลค่าหมอในวันหน้า ท่องมันตรานี้ไว้ทุกครั้งที่คุณกำลังจะเปิดขวดแอลกอฮอลล์